Skip to content

บุพกรรมและอานิสงส์ของศีล

หลวงปู่หลวง กตปุญโญ

เทศน์วันงานครบ 1 ปี วันมรณภาพหลวงปู่ชอบ

| PDF | YouTube | AnyFlip |

วันนี้เราจะได้ปฏิบัติบูชาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา คือบูชาของหลวงปู่พวกเรา หลวงปู่ชอบ ฐานสโม คือหลวงปู่นี่เมื่อท่านมีชีวิตอยู่ ก็มีความเกี่ยวข้องเคยเดินธุดงค์กรรมฐานภาวนากับท่านเหมือนกัน แต่ว่าสิ่งที่คุ้นเคยสนิทสนมนั้นคือวัดสำราญนิวาสเป็นจุดกลาง หลวงปู่ไปจากจังหวัดเลย หรือวัดสัมมานุสรณ์ ก็ไปนอนวัดป่าสำราญนิวาสอยู่บางทีก็เจ็ดวัน บางทีก็ครึ่งเดือนก็มี บางทีก็ร่วมเดือน อยู่สถานที่นั่น พาลูกศิษย์ลูกหาปฏิบัติบูชา แนะนำพร่ำสอนศีลธรรมกรรมฐาน 

ต่อมาท่านก็ได้มาจำพรรษาอยู่ถ้ำพระสบาย ที่ท่านหายจากโรคคัน คือท่านเป็นโรคตุ่มคันอยู่ก็ประมาณเกือบ ๒ ปี เป็นมากๆอยู่ประมาณเกือบสองปี คันหมดตัว น้ำเหลืองไหลตลอด ผ้าจีวรนี่ซักทุกวัน ในคอนี่เปื่อยน้ำเหลืองไหล มีตัวเลน ตัวขาวๆน่ะ มากินน้ำเหลืองของหลวงปู่ เนี่ย ฉีดยาหมด ๘๐ กว่าเข็ม ยาหมอสมัยใหม่ ใส่อย่างใดก็ไม่หาย หมด ยาขนาดไหนก็ไม่หาย คันน่ะ น้ำเหลืองไหลผ้าจีวรสกปรกเลอะเทอะ 

เหมือนกับ ปูติคัตตติสสภิกษุ ครั้งพระพุทธเจ้าเป็นตุ่มคันน้ำเหลืองไหลหมดตัว จีวรก็ห่มไม่ได้ เอาใบไม้มาห่มมาห่อ ร้อนถึงพระพุทธเจ้า มาปฏิบัติเช็ดน้ำเหลือง ปฏิบัติภิกษุอาพาธ ไม่มีใครปฏิบัติเป็นที่รังเกียจของภิกษุสามเณร อันนี้ก็หลวงปู่ชอบก็คล้ายนั้นแหละ แต่หลวงปู่ชอบเพิ่นมีบุญวาสนาเป็นครูบาอาจารย์ พระเจ้าพระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ก็ไม่มีความรังเกียจ แม้น้ำเหลืองไหลก็ไม่มีความรังเกียจ พระภิกษุสามเณรปฏิบัติอุปัฏฐาก ซักจีวร ซักผ้าสบงจีวรทุกวัน ศรัทธาก็อุปัฏฐาก เอาใจใส่ ไม่มีความรังเกียจ มีแต่ความยินดีพอใจปฏิบัติท่าน สามสี่ห้าเดือน สุดท้ายที่น้ำเหลืองไหลทั่วตัว ซักจีวรทุกวันนั้นประมาณสี่ห้าเดือน 

สุดท้ายยาเมืองเชียงใหม่ ยาที่ไหนก็ตามมารักษาก็ไม่มีบรรเทาเบาลงได้ ท่านก็เลยหมดอาลัยตายอยากในสังขารร่างกาย ก็หวนมาระลึกถึงบุพกรรมที่ได้ทำในอดีตด้วยความไม่รู้ คือทรมานสัตว์ ตามประสาโลกเพราะจิตใจมนุษย์นั้น อารมณ์ของมนุษย์นั้น อารมณ์ของคนนั้นมันชอบอยู่ห้าอย่าง อารมณ์ของมนุษย์ อารมณ์ของคนมันชอบฆ่าสัตว์ กินได้ก็ฆ่า กินไม่ได้ก็ฆ่า เอามาทรมาน เพื่อเล่นการพนันก็มี อารมณ์ของมนุษย์ชอบขโมย ชอบเป็นขี้ลักขี้ขโมย อารมณ์ของมนุษย์ชอบคู่ผัวตัวเมีย อารมณ์ของมนุษย์ชอบพูดขี้จุ๊ พูดโกหก พูดเล่น อารมณ์ของมนุษย์ชอบกินเหล้าเมาสุรากัญชายาฝิ่น อันนี้เป็นอารมณ์ของมนุษย์โลก

ฉะนั้นต่อมาหลวงปู่ชอบก็มาระลึกถึงบุพกรรมที่กระทำ ภาวนากำหนดดูก็เห็นเจ้าของไปทรมานสัตว์ คือเผาตุ่น เมืองเชียง เมืองเลยเนี่ยตุ่นมาก ตัวตุ่นมาขุดรูอยู่ เอาไฟเผามัน กรรมอันนั้นมันบันดาลให้เกิดเป็นตุ่มคันเปื่อยทั่วตัว เหมือนปูติคัตตติสสภิกษุ เคยเป็นนายพรานแล้วก็มาบวชในพุทธศาสนา ก็เลยเป็นตุ่มคันเปื่อยหมดตัว ห่มผ้าไม่ได้ เสื่อสาดปูไม่ได้ เอาใบตองมารองที่นอนที่จำวัด 

สุดท้ายท่านก็เห็นบุพกรรมที่เจ้าของกระทำ ก็เลยขอสมาลาโทษจากกรรมนั้นหละ ข้าพเจ้าทำด้วยความไม่รู้ ด้วยความมืดความหลง เพราะอารมณ์ของมนุษย์มันเป็นอย่างนั้น เมื่อขอขมาแล้วก็แผ่กุศล ข้าพเจ้าได้บวชในพุทธศาสนาจำศีลภาวนา ขอแผ่กุศลอุทิศให้ท่าน อโหสิและได้รับส่วนผลบุญนี้ให้พ้นภัย ไม่มีกรรมมีเวรต่อกันไป เมื่อท่านแผ่ส่วนบุญกุศลผลบุญให้แก่เจ้ากรรมที่กระทำนั้น โรคตุ่มคันก็หายตกสะเก็ดดำ หายไปๆๆ ลงมาอยู่ในหน้าแข้ง มาอยู่ในแค่หน้าแข้งของเขาน่ะหลายปี ปีประจำพรรษาอยู่ถ้ำพระสบายก็ยังไม่หาย ยังคัน มันยังอยู่ที่หน้าแข้ง สองขานั่นน่ะ แต่ว่าเดินไปมาได้สะดวก ต่อมารักษามาก็ปล่อยไปๆ 

สุดท้ายกรรมตัวนี้หมด ก็กรรมที่อีกข้อที่สองมันก็จองเวรจองกรรม เช่นว่าท่านไปเผากระแตมั่งน่ะ จังหวัดเลยนี่ก็มีมาก มันเข้ากวนแล้ว มันมีรากมาเข้า เข้าแล้วก็เอาขวานเจาะรูปแล้วก็จุดไฟ มันก็ตกมา ท่านก็ทำมาหลายตัว แต่ว่าตัวนั้นมันบังเอิญมันมีรูอยู่ข้างบนเล็กๆ มันปีนออก มันกลัวตาย ถูกไฟอ้ะ ออกไม่ได้ ตีนข้างซ้ายไปเกาะปุ่ม ธรรมดาไม้ที่มันมีรูปมันมีปุ่ม ตีนนั้นไปเกาะอยู่นั่นกระแตนั่นน่ะ เกาะอยู่นั่น ไฟมันก็ลุกแก่ขึ้นก็เลยตาย ตัวแข็งอยู่นั่นแหละ สุดท้ายกรรมตุ่มคันตุ่มนั้นก็หายไป กรรมเผาหนูเผากระแตมันก็สืบต่อ เป็นอัมพาตไปเนี่ย เป็นอัมพาตจนท่านหมดลมหายใจ นี่มันกรรม 

ฉะนั้นจึงว่าอารมณ์ของมนุษย์น่ะมันชอบฆ่าสัตว์ ฉะนั้นทางพุทธศาสนาก็ให้มารักษาศีล บุคคลรักษาศีลอายุยืน ปราศจากโรคภัยอายุยืน คนรักษาข้อปาณาแล้วอายุยืน ปราศจากโรคภัย คนรักษาข้ออทินนาไปแล้ว เป็นคนที่มีทรัพย์ร่ำรวย แล้วก็เป็นคนที่มีคนเคารพนับถือไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นที่รักของมนุษย์เทวดาทั้งหลาย คนที่ละเว้นในการประพฤติผิดในกามก็ได้รูปสวยรูปงาม ลูกก็ว่านอนสอนง่าย ลูกเป็นคนดี ว่านอนสอนง่าย กรรมที่เว้นจากการพูดมุสาวาท ก็เป็นวาจาสิทธิ์ พูดสิ่งใดเขาก็เชื่อ เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ พูดอะไรพูดเงินเป็นเงิน พูดทองเป็นทอง 

ที่จังหวัดลำปางมีพ่อคนหนึ่งชื่อสุภา แกไปอ่านอานิสงส์ของศีลว่า สีเลนะ สุคติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุตติง ยันติ สีลัง วิโส ทะเย บุคคลมีศีลแล้ว มีความสุขความเจริญ มีเงินมีทองมากมายก่ายกอง ไม่ยากไม่จน แล้วก็ดับทุกข์ดับภัยได้ เมื่อไปอ่านนั้นแล้ว เกิดปีติยินดีพอใจ ตั้งใจเจตนาวิรัติ ปฏิบัติศีล ๕ มันยังน้อยอยู่ไม่พอ เอาศีล ๘ ละลูกละเมียไปปลูกกระต๊อบอยู่ในสวน ปลูกถั่วปลูกงา ปลูกอะไรต่างๆทำสวนอยู่หลายปี เลยมีเงินมีทอง ครั้งแรกเมื่อคราวเมื่อยังไม่มีศีลนั้นน่ะ ไม่รักษาศีล เป็นคนขี้หนี้ เป็นลูกหนี้ ไปยืมเงินยืมทองเขา บางคนก็ใช้ได้ บางคนก็ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ไม่ไปใช้เขา เขาก็ด่า แจ้งว่าเป็นคนไม่มีสัตย์ไม่มีศีล มึงตายซะ ฉิบหาย อย่างนี้เป็นต้น 

สุดท้ายแกมารักษาศีล ๕ ศีล ๘ ไหว้พระสวดมนต์อยู่ในสวน สี่ ห้า หก ปีเนี่ยแหละ มีเงินมีทอง ไหลมากจากไหนไม่รู้ เป็นนายหนี้ มีเงินมีทองเขาก็มายืม จำเป็นต้องให้เขา บางคนก็ใช้คืน บางคนก็ไม่ใช้ ผู้ใดไม่ใช้ก็ถือว่าคงเคยเป็นหนี้เขา ก็แล้วไป ไม่ด่า ไม่โกรธ ไม่ว่า เลยเป็นคนที่นับถือบ้านนั้น กราบตั้งแต่ตีน กราบตีนกราบเท้าว่าเป็นคนดี ต่อมาก็เลยอยู่ในโลกก็อย่างนี้หละ ไม่พ้นทุกข์ ก็เลยเสียสละกามสุข คือความสุขในกินในกาม ออกมาบวชเป็นหลวงตา มาเปลี่ยนชื่อเป็นหลวงตาสุพรรณ 

เมื่อยังไม่บวชเป็นสุภา บวชเข้ามาแล้วเป็นสุพรรณ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา เคยไปปฏิบัติอยู่ในถ้ำร่วมกัน แมงป่อยต่อย มดริ้นต่อย มดริ้นมันขบมันกัด แมงป่อง มันขบมันกัดมันเจ็บ แกก็ไม่คราง แกก็ไม่กินยา ไปทำงาน มดต่อย แมงป่อยต่อยก็ทำงานเฉยอยู่ หลวงพ่อไม่เจ็บเหรอ เจ็บ ถ้าเรายิ่งอยู่เฉยๆก็ยิ่งเจ็บ ทำนั่นทำนี่ไปก็หายไปเอง หลวงตานี้เก่งเว้ย แล้วก็ได้เป็นครูอีกเหมือนกันหละ แม้ขนาดเจ็บป่วยทุกขเวทนา ก็ไม่เลิกการงาน ทำการทำงาน ปัดอะไรทุกอย่างตามหน้าที่ นี่ อันนี้เป็นตัวอย่าง 

ตัวอย่างอีกคนนี้เป็นพันเอก เป็นหนี้เขาอยู่สามแสน ไม่มีปัญญาที่จะหาเงินหาทองใช้เขา เขาก็มาทวงมาด่า คนอย่างไหนเมื่ออยากได้ก็หมอบลงคลาน ได้แล้วก็ลืมบุญคุณ กินแล้วลืมหนี้ ขี้แล้วลืมบุญคุณ เป็นคนไม่ดีเขาก็ด่าว่าร้าย เขามาเห็นมาอ่านอานิสงส์ศีลนี่แหละ มีคนก็พอดีเนี่ย คนมีศีลจะมีโภคทรัพย์ ไม่อดไม่จน คนมีศีลจะมีอายุยืน คนมีศีลจะมีคนที่นับถือ คนมีศีลจะดับทุกข์ภัยได้ ก็เลยตั้งสัจจะว่าข้าพเจ้าเป็นหนี้เป็นสินตั้งสามแสนกว่าบาท ถ้าศีลดีจริงๆ ข้าพเจ้าจะนับถือปฏิบัติบูชาต่อไป มาตั้งสัจจะรักษาศีล ข้าพเจ้าจะรักษาศีล ๕ เนี่ยแหละที่หนึ่ง ถ้ามันเป็นอย่างที่อานิสงส์ศีลกล่าวนั่นน่ะ มีศีลแล้วจะมีโภคทรัพย์ ข้าพเจ้าจะนับถือพระพุทธศาสนาปฏิบัติบูชาจนตาย 

แกก็มาตั้งใจปฏิบัติ ไหว้พระสวดมนต์รักษาศีล ถึงเวลาทำงานตามหน้าที่ แกเป็นทหารน่ะ แกก็ไป หมู่พวกมาโจมตีก็ด่า ด่าอย่างไรก็ช่าง ไม่เอาดี ไม่เอาชั่วตามคำของหมู่ ปฏิบัติมาได้ปีกว่า บังเอิญมันมาจากไหนไม่รู้หละเงินทองนั่นน่ะ ไม่น่าจะได้ก็ได้ ไม่น่าจะมีก็มี บางทีได้มาฟรีๆก็มี สุดท้ายไปใช้หนี้เค้าหมดสามแสน เหลือเงินอีกใช้อีกหลายพัน แหมศีลนี้มันดีจริงๆ ก็เลยนับถือพุทธศาสนา ไปประกาศให้หมู่ทราบว่า ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้ว ปฏิบัติดีจริง มีจริง ที่พระพุทธเจ้าว่า ไม่ได้โกหก ไม่ใช่โกหก สีเลนะ สุคติง ยันติ มีความสุข มีศีลแล้ว ไม่มีผู้ใดมาว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี มีแต่ผู้เคารพนับถือบูชา แล้วก็เงินทองก็ไหลมาจริงๆ พ้นหนี้พ้นภัยได้ นี่เรื่องการปฏิบัติบูชา เรื่องศีลน่ะ 

มีคนหนึ่งอีกเป็นผู้หญิง แกไม่ทำมาค้าขายอะไร แกหละมั่นในศีล ๕ ศีล ๘ แกก็ไม่เอา เพราะว่าตัวแกมันรูปร่างเล็ก ผอมๆหน่อย ก็เอาแค่ศีล ๕ กับไหว้พระสวดมนต์นั่งภาวนา บางทีก็นั่งจนสว่างก็มี ไปทำบุญที่โน่น ไปทำทานที่นี่ ไปนั่งภาวนาที่นั่นที่นี่ ไม่เคยทำมาค้าขาย แต่ว่าเดือนหนึ่งๆ แกว่าไม่ได้ก็สี่ซ้าห้าหมื่น ไม่อดไม่อยาก มีผู้ให้บังเอิญก็มี มันได้มาก็ด้วยบังเอิญ ได้มาด้วยบังเอิญ ก็เลยเชื่ออานิสงส์ของศีล เนี่ย ศีลมันดีจริงจริ๊ง ไม่เคยอดเคยอยาก 

อันนี้มันก็สมกับที่พระพุทธเจ้าว่า สีเล นะ โภคะสัมปะทา แปลว่าเงินทองไหลมาเทมาเพราะมีศีล อันนี้เป็นตัวอย่าง ที่เล่ามาเนี่ย เห็นต่อตา ได้ฟังต่อหูได้ดูต่อตา เรื่องอานิสงส์ศีล เรื่องมีศีลเรื่องมีธรรม นำมาซึ่งความสุขแท้ในปัจจุบันและโลกหน้า อันนี้ก็เป็นปฏิปทาตัวอย่าง ตัวอย่างเช่นว่า คนมีศีลมีทานแล้ว ไม่ต้องทำมาค้าขาย ได้กินของทิพย์ ครั้งพระพุทธเจ้าก็ เมณฑกมหาเศรษฐี มีแพะอยู่หลังปราสาทหกตัว แพะทองคำ ต้องการอะไรไปดึงลิ้นมัน ชักลิ้นมัน ข้าวของเงินทองข้าวน้ำโภชนาอาหาร การอยู่การกินไม่อดไม่อยาก ไม่หมด ไม่หมด ไหลอยู่นั่นแหละ กินของทิพย์ เศรษฐีไม่ต้องทำมาค้าขายอะไร 

อันนี้ก็มันเข้ากับที่พระพุทธเจ้าว่า สีเล นะ โภคะสัมปะทา นำมาซึ่งโภคทรัพย์ แต่ว่าคนเราส่วนมากมันไม่เชื่อ เชื่อ แต่มันไม่เชื่อจริง ยังกลัวอยู่ คือยังไม่เชื่อจริง ไม่เชื่อแท้ ถ้าเชื่อแท้เชื่อจริงก็อย่างที่กล่าวนั่น เห็นอานิสงส์จริงๆ อย่างครูบาอาจารย์ที่หลวงปู่ของพวกเรา เพิ่นเชื่อจริงๆ มั่นจริงๆในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เสียสละ ไปเมืองพม่าเดินทางไกลในป่าลึก เดินทางตลอดคืน ครึ่งคืนมันเหนื่อยก็พักผ่อน นอนตื่นมาก็มีเทวดาเอาข้าวใส่บาตรให้ฉัน ป่านั้นมันมีป่าลึก เป็นผู้ชาย ได้กินน้ำทิพย์ ได้กินอาหารทิพย์ อย่างนี้เป็นต้น เพราะเพิ่นทำจริง ปฏิบัติจริง 

ฉะนั้นจึงเป็นที่สักการะบูชา พวกเราทั้งหลายบ้านโคกมนเนี่ย เป็นผู้ที่มีโชคดีวาสนาดี มีหลวงปู่เพิ่นได้มีบุญบารมีมาสร้างวัดป่าตั้งสองวัด แล้วก็ยังสามารถปั้นรูปเกจิอาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ มาประดิษฐานไว้ในสถานที่นี้ตั้ง ๒๐ องค์ ล้วนแต่มีฤทธิ์มีเดช ทั้งนั้นหละ หลายรูปหลายองค์ หลวงปู่มั่นก็มีฤทธิ์มีเดช หลวงปู่มั่น หลวงปู่ขาว ท่านพ่อลีก็มีลาภมาก หลวงปู่ต่างๆล้วนแล้วแต่มีฤทธิ์มีเดช 

แต่หลวงท่านพ่อลีนั้นเป็นผู้ที่มีลาภมากกว่าเขา มีฤทธิ์มีเดช เป็นเหตุให้สาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายไปบำเพ็ญภาวนา แม้ท่านทิ้งสังขารแล้วสามสิบกว่าปี ก็มีแม่ขาวแม่ชีเป็นร้อยๆ ร้อยกว่า พระก็ร้อยกว่า แม่ดำนุ่งขาวห่มขาวแต่ไม่โกนผม มาจำศีลภาวนาก็เป็นร้อยๆ ยุงก็เยอะ แต่ว่าไม่กลัว ไม่กลัว ไม่หนีไม่กลัวนั่งภาวนา ปฏิบัติบูชาคุณท่านพ่อลี นี่ที่นี่เพิ่นก็ได้ปั้นหล่อไว้ วัดอโศการาม ฉะนั้นผู้ใดต้องการโชคลาภ เพิ่นว่าให้จุดธูปห้าดอก เทียนสองดอก และก็นึกถึงเราท่านพ่อลี ธมฺมธโร จงช่วยเมตตากรุณาสงสารให้ข้าพเจ้า ประกอบกิจการงานอันใดมาขอวัดป่าสำราญน่ะ(เทปจบ)